กรมการขนส่งทางบก กำหนด!!! มาตรฐานความปลอดภัย รถรับส่งนักเรียนทุกคันต้องผ่านการรับรองจากโรงเรียนหรือสถานศึกษา

สถานการณ์อุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียนมีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มสูงมากขึ้น โดยมีสาเหตุสำคัญจากสภาพรถรับส่งที่ไม่มีมาตรฐานความปลอดภัย (ไม่มีเข็มขัดนิรภัย บรรทุกนักเรียนเกิน) พนักงานขับรถยังไม่มีการควบคุมคุณภาพอย่างจริงจังและไม่มีใบอนุญาตขับรถโดยสารสาธารณะ โดยจากการรวบรวมข้อมูลที่เฉพาะเป็นข่าวในสื่อต่างๆ

 

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับโรงเรียน สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความปลอดภัยของรถโรงเรียนและรถรับส่งนักเรียนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตรวจสอบสภาพตัวรถและการให้บริการ ซึ่งที่ผ่านมายังพบปัญหาการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาใช้รับส่งนักเรียน โดยไม่มีการปรับปรุงสภาพรถให้เหมาะสมและปลอดภัย รวมถึงมีการแก้ไขดัดแปลงสภาพตัวรถที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรง

ดังนั้นเพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียนให้มีความปลอดภัยสูงสุด และมีระบบการตรวจสอบที่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดแนวทางปฏิบัติในการอนุญาตให้ใช้รถรับจ้างรับส่งนักเรียนให้มีแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับสภาพวิถีชีวิตของชุมชนตามความเป็นจริง โดยอนุญาตให้นำรถที่จดทะเบียนเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน แต่ไม่เกิน 12 คน ทั้งรถสองแถวและรถตู้มาใช้เป็นรถรับส่งนักเรียนได้ โดยต้องมีการรับรองการใช้รถดังกล่าวจากโรงเรียนหรือสถานศึกษา ซึ่งต้องได้มาตรฐานตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด อาทิ ห้ามติดฟิล์มกรองแสงที่กระจกรอบคัน ที่นั่งผู้โดยสารต้องยึดแน่นอย่างมั่นคงแข็งแรง และต้องไม่มีพื้นที่สำหรับนักเรียนยืนในห้องโดยสารเด็ดขาด

กรณีเป็นรถสองแถวต้องมีประตูและที่กั้นป้องกันนักเรียนตก ส่วนรถตู้ต้องจัดวางที่นั่งเป็นแถวตอนตามความกว้างของตัวรถเท่านั้นโดยต้องนำรถเข้าตรวจสอบ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดที่โรงเรียนหรือสถานศึกษาตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ซึ่งจะได้รับอนุญาตเป็นครั้งคราว คือ ครั้งละ 1 ภาคการศึกษาเท่านั้น

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ รถรับส่งนักเรียนทุกคันที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกต้องติดแผ่นป้ายพื้นสีส้ม มีข้อความตัวอักษรสีดำว่า “รถโรงเรียน” ติดอยู่ด้านหน้าและด้านท้ายของรถให้เห็นชัดเจนมีไฟสัญญาณสีเหลืองอำพันหรือสีแดงเปิดปิดเป็นระยะติดไว้ที่ด้านหน้าและด้านท้ายของรถ เพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นได้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน พร้อมมีอุปกรณ์ส่วนควบตามที่กำหนด ต้องมีเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นกรณีฉุกเฉิน เช่น เครื่องดับเพลิง ค้อนทุบกระจก วัสดุภายในรถส่วนของผู้โดยสารต้องไม่มีส่วนแหลมคม ทางประตูทางขึ้นลงหรือเป็นช่องเปิดต้องมีความปลอดภัย ห้ามมีที่ยืนบนรถ โครงสร้างหลังคามั่นคงแข็งแรง และที่สำคัญผู้ขับรถโรงเรียนต้องได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ หรือเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ซึ่งต้องไม่เคยมีประวัติเสียหายอันเกิดจากการขับรถมาก่อน รวมถึงต้องมีผู้ควบคุมดูแลนักเรียน ซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ประจำอยู่ในรถตลอดเวลาที่ใช้รับส่งนักเรียน เพื่อดูแลความปลอดภัยให้นักเรียนตลอดการรับส่ง

หากพบการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดสั่งเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้ใช้รถทันที และไม่สามารถขออนุญาตได้อีกจนกว่าจะพ้น 1 ปีไปแล้ว โดยให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศประสานความร่วมมือกับสถานศึกษาในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลรถโรงเรียนและรถรับส่งนักเรียนร่วมกันอย่างเข้มงวด เพื่อยกระดับความปลอดภัยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครอง อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

ตราบใดที่ยังไม่มีระบบควบคุมกำกับ “ความเสี่ยง” ของ “รถรับจ้างรับส่งนักเรียน” สังคมไทยก็ยังคงต้องพบกับข่าวความสูญเสียของนักเรียน ถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานที่ดูแล และหน่วยงานสนับสนุนอย่างเช่น องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนและผู้ปกครอง จะจับมือกันป้องกันความสูญเสียเหล่านี้ เพื่อให้ทุกชีวิตของบุตรหลานไปเดินทางไปกลับโรงเรียนอย่างปลอดภัย

ที่มา  กรมการขนส่งทางบก

ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน มูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย

ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*