กองทุน บำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ (กบข.) คืออะไร

วันนี้ครูอีสานนำข้อมูลที่ข้าราชการอย่างเราๆ ควรจะรู้นั่นก็คือ กบข ซึ่งบางคนเป็นสมาชิกแล้วไม่รู้เลยว่าตัวเองจะได้รับสิทธิอะไรบ้างในการเป็นสมาชิก

คำถาม         กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) คืออะไร

คำตอบ            กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)  คือ  กองทุนที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539   มีสถานะเป็นองค์กรของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะ  ไม่มีสถานะเป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ  เป็นระบบเสริมระบบบำเหน็จบำนาญเดิม

(1)  วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทุน
(1.1)  เพื่อเป็นหลักประกันการจ่ายบำเหน็จบำนาญและให้ประโยชน์ตอบแทนการรับราชการแก่ข้าราชการเมื่อออกจากราชการ
(1.2)  ส่งเสริมการออมทรัพย์ของสมาชิก
(1.3)  จัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นให้แก่สมาชิก
(2)  หน้าที่หลัก  กบข.  มี 2  ประการ คือ
(2.1)  ด้านสมาชิก
งานที่ดำเนินการในส่วนนี้  ได้แก่  การดำเนินการเกี่ยวกับการรับข้อมูลและเงินรายเดือน  การบริหารฐานข้อมูลบัญชีสมาชิก  การจัดสรรผลประโยชน์จากการลงทุน  การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกองทุน   การจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้แก่สมาชิก รวมถึงการจ่ายเงินสดและผลประโยชน์คืนแก่สมาชิกเมื่อพ้นจากสมาชิกภาพ
(2.2)   ด้านการลงทุน
กบข.  มีหน้าที่นำเงินที่รับเข้าจากสมาชิกไปลงทุนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุน


(3)  ความครอบคลุม
ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข.  ขณะนี้ประกอบด้วยข้าราชการ  12  ประเภท  คือ
–  ข้าราชการพลเรือน                        –  ข้าราชการตุลาการ
–  ข้าราชการอัยการ                          –  ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย
–  ข้าราชการครู                                –  ข้าราชการรัฐสภาสามัญ
–  ข้าราชการตำรวจ                           –  ข้าราชการทหาร
–  ข้าราชการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ   –  ข้าราชการศาลปกครอง
–  ข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
–  ข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ทั้งนี้ ข้าราชการที่รับราชการอยู่ก่อนวันที่ 27 มีนาคม 2540 (พระราชบัญญัติมีผลใช้บังคับ) จะเป็นสมาชิก กบข. หรือไม่ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ   แต่ข้าราชการที่เข้ารับราชการตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2540  ทุกคนต้องเป็นสมาชิก กบข.
(4)  การจ่ายเงินสะสม
ออมเงินจากเงินเดือนตามอัตราที่กฎหมายกำหนด คือ 3% ของเงินเดือนทุกเดือน  และรับเงินสมทบจากรัฐเป็นรางวัลสำหรับการออมเงินในอัตราที่เท่ากัน คือ 3% ของเงินเดือนทุกเดือน
(5)  ผลประโยชน์ทดแทน
เมื่อข้าราชการออกจากงานจะได้รับเงิน 2 ส่วน คือ


ส่วนที่ 1  เงินบำเหน็จบำนาญ (สิทธิในบำเหน็จหรือบำนาญเป็นเช่นเดิม คือขึ้นอยู่กับระยะเวลาการทำงาน) จากเงินงบประมาณ ซึ่งคำนวณจาก
บำเหน็จ =  เงินเดือนเดือนสุดท้าย * อายุราชการ  (ปี)
บำนาญ  =  เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย*อายุราชการ (ปี)
                                         50
ทั้งนี้ เงินจำนวนนี้ต้องไม่เกินร้อยละ 70 ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย


  ส่วนที่ 2  สมาชิกจะได้รับเงินก้อนจากกองทุนภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน  นับแต่เกษียณอายุหรือลาออกจากราชการซึ่งเงินก้อนนี้จะประกอบ
–  เงินสะสม หรือเงินออมของสมาชิกที่ถูกหักจากเงินเดือนทุกเดือน
– เงินสมทบ  หรือรางวัลการออมที่รัฐให้
– เงินประเดิม และเงินชดเชย  เป็นเงินที่รัฐให้กับสมาชิกเพื่อชดเชยสูตรบำนาญที่จะได้น้อยลง (ชดเชยเพื่อไม่ให้ผู้เป็นสมาชิก กบข. เสียเปรียบคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิก)   เงินนี้มีเงื่อนไขว่าจะจ่ายให้สมาชิกเมื่อสมาชิกสิ้นสุดสมาชิกภาพและเลือกรับบำนาญเท่านั้น  หากสมาชิกที่เลือกรับบำเหน็จจะไม่ได้รับเงินประเดิมและเงินชดเชย เพราะไม่มีการเปลี่ยนสูตรบำเหน็จ
– ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการบริหารเงินดังกล่าว
(6)  หน่วยงานกำกับดูแล   คณะกรรมการ กบข. เป็นผู้กำหนดนโยบายและกำกับดูแลเพื่อให้มีการบริหารที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย

ทีนี้บางคนอาจคลายความสงสัยลงแล้วบ้าง หรือหากใครมีความสงสัยในเรื่องนี้ให้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ด้านล่าง

นอกจากสิทธิเหล่านี้แล้วเรายังสามารถนำบัตรสมาชิก กบข.ไปรับสิทธิต่างๆตามที่ร่วมโครงการ เช่นการซื้อหนังสือจากร้าน

ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์

ขอบคุณที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

อ่านเพิ่มเติม  : สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

: กองทุนบำเน็จบำนาญข้าราชการ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*