ตรามาตรฐาน สินค้าอินทรีย์ ที่เราควรรู้

ปัจจุบันคนไทยเริ่มตื่นตัวในเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยในอาหารกันมากขึ้น  จึงมีคนสนใจหาซื้ออาหารและผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยจากการปนเปื้อนสารเคมีอันตรายและอินทรีย์เพิ่มขึ้น ทำให้มีสินค้าที่กล่าวอ้างว่าเป็นอินทรีย์ในท้องตลาดเพิ่มขึ้นมาก  มีวิธีการง่ายๆ ที่จะรู้ได้ว่าสินค้าอินทรีย์ที่กลาวอ้างเป็นผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์อินทรีย์จริงหรือไม่  คือการดูว่ามีตรารับรองมาตรฐานสินค้าอินทรีย์ที่ฉลากกำกับสินค้าหรือไม่ ?และเพื่อให้มั่นใจว่าตรารับรองมาตรอินทรีย์บนฉลากสิค้าที่จะซื้อหรือซื้อมาแล้วน่าเมากน้อยขนาดไหน ผู้บริโภคและผู้ซื้อควรศึกษาทำความรู้จักกับตรารับรองมาตรฐานสินค้าอินทรีย์ที่พบเห็นได้ในประเทศไทย ?และมองหาตรารับรองมาตรฐานสินค้าอินทรีย์ระดับที่น่าเชื่อถือ?หรือที่ตนเองยอมรับได้มาทานหรือใช้งานได้ถูก

ตรารับรองมาตรฐานสินค้าอินทรีย์ที่พบเห็นได้ในประเทศไทยและควรทำความรู้จักไว้ จะแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

ตรามาตรฐานสินค้าอินทรีย์ของประเทศผู้นำเข้าสินค้าอินทรีย์รายใหญ่

เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นโดยสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ (International Federation of Organic Agriculture Movements – IFOAM) ซึ่งได้ริเริ่มจัดตั้งโครงการรับรองระบบงานเกษตรอินทรีย์ IFOAM (IFOAM Accreditation Programme) ขึ้นในปี พ.ศ. 2535 เพื่อให้บริการรับรองระบบงานแก่หน่วยตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ต่างๆ ทั่วโลก ต่อมา ในปี พ.ศ. 2540 สหพันธ์ฯ ได้จัดตั้ง IOAS (International Organic Accreditation Service) ขึ้น เพื่อทำหน้าที่ในการให้บริการรับรองระบบงานนี้ ภายใต้กรอบของโครงการรับรองระบบงานเกษตรอินทรีย์ IFOAM โดย IOAS จดทะเบียนเป็นองค์กรไม่แสวงกำไร มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

มกท. ได้รับการรับรองระบบงานเกษตรอินทรีย์ IFOAM นี้จาก IOAS ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 โดยเป็นหน่วยตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์แห่งแรกในเอเชียที่ได้รับการรับรองระบบงานนี้ ในระบบนี้ มกท. สามารถให้บริการตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ในขอบข่ายเกี่ยวกับ การเพาะปลูกพืช การเก็บผลผลิตจากป่าและพื้นที่ธรรมชาติ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การแปรรูปและจัดการผลผลิต และปัจจัยการผลิตเพื่อการค้า

ผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองจาก มกท. ตามระบบนี้ จะสามารถใช้ตรารับรองเกษตรอินทรีย์ของ มกท. ร่วมกับตรา “IFOAM Accredited” (ต้องใช้ร่วมกันเสมอ)

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการ ส่งออก มีหลายประเทศที่ผู้นำเข้าต้องการสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับรองมาตรฐานใน ระบบนี้ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์  เอกสารข้อกำหนดมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สำหรับระบบนี้คือ “มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มกท.” [download]

ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป (EU)

ที่จริงแล้ว สหภาพยุโรปได้เริ่มทำระบบเกษตรอินทรีย์มากว่า 20 ปีแล้ว โดยได้ออกระเบียบสภายุโรปที่ 2092/91 (EEC Regulation No. 2092/91) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534

หลังจากที่ได้บังคับใช้กฎระเบียบเกษตรอินทรีย์มากว่า 10 ปี ทางสหภาพยุโรปได้ทบทวนระเบียบดังกล่าวใหม่ทั้งหมด และได้ออกระเบียบใหม่แทน คือ Council Regulation (EC) No 834/2007 เมื่อ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2550 โดยระเบียบใหม่นี้ได้เริ่มบังคับใช้จริงเมื่อ 1 กรกฎาคม 2555 นอกจากนี้ กรรมาธิการเกษตรยังได้ออกระเบียบสำหรับการปฏิบัติ (implementing rules) อีก 2 ฉบับ คือ Commission Regulation (EC) No 889/2008 และ No 1235/2008 ซึ่งฉบับแรกเป็นข้อกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรฐานการเพาะปลูกพืชเกษตรอินทรีย์ เลี้ยงสัตว์ และแปรรูป ส่วนระเบียบฉบับที่สองเป็นระเบียบเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์จากต่างประเทศ    มกท. ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหน่วยตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ตุลาคม 2554 โดยในระบบนี้ มกท. สามารถให้บริการตรวจรับรองในขอบข่ายการเพาะปลูกพืช การเก็บเกี่ยวผลผลิตจากป่าและธรรมชาติ และการแปรรูปและจัดการผลผลิต  เอกสารข้อกำหนดการตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในระบบสหภาพยุโรปนี้ จะใช้เอกสาร “มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มกท.” เพราะมาตรฐาน มกท. ได้รับการประเมินและยอมรับว่า มีความเท่าเทียมกันกับเกณฑ์ข้อกำหนดมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของสหภาพยุโรปแล้ว แทนที่จะต้องไปใช้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของสหภาพยุโรปโดยตรง  ดาวน์โหลดเอกสารมาตรฐาน [download]

ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์สหรัฐอเมริกา?(National Organic Program   NOP)

แผนงานเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ (National Organic Program – NOP) อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (United States Department of Agriculture – USDA) โดยระบบการตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์นี้เริ่มใช้ตั้งแต่เมื่อ พ.ศ. 2545  ในเดือนมิถุนายน 2552 กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกาและ CFIA ของแคนาดาได้ลงในข้อตกลงยอมรับความเท่าเทียมกันของระบบเกษตรอินทรีย์ของอีกฝ่าย ซึ่งทำให้ผลผลิตเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองตามระบบเกษตรอินทรีย์แคนาดาสามารถได้รับการรับรองตามระบบของสหรัฐอเมริกาเพิ่มเติมได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีการตรวจประเมินเพิ่ม (ยกเว้นในกรณีของผลผลิตจากสัตว์เกษตรอินทรีย์ ที่จะต้องมีการตรวจเรื่องการใช้ยาปฏิชีวนะเพิ่ม)  ดูรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างแคนาดา-สหรัฐอเมริกาได้ที่เว็บไซต์ของ CFIA [ไปดู]

ผู้ประกอบการที่จะขอการรับรองผลผลิตตามระบบเกษตรอินทรีย์สหรัฐอเมริกากับ มกท. จะต้องขอการรับรองตามระบบแคนาดาควบคู่กัน เพราะการรับรองตามระบบของสหรัฐอเมริกาของ มกท. นี้เป็นการรับรองภายใต้ของตกลงความเท่าเทียมของระบบเกษตรอินทรีย์แคนาดาและสหรัฐอเมริกา  มกท. ไม่ได้ให้บริการตรวจรับรองตามระบบเกษตรอินทรีย์สหรัฐอเมริกาโดยตรง  ดังนั้น ข้อกำหนดของมาตรฐานที่ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามก็คือ เอกสารมาตรฐานเกษตรอินนทรีย์แคนาดา ซึ่งประกอบด้วย (1) ข้อกำหนดมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เกี่ยวกับหลักการและการจัดการระบบการผลิต (Organic Production Systems: General Principles and Management Standards) และ (2) รายชื่อปัจจัยการผลิตที่อนุญาตให้ใช้ในการผลิต (Permitted Substances Lists) ซึ่งเอกสารทั้ง 2 สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของ CFIA [ไปดู]

ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์แคนาดา(Canada Organic Regime – COR)

รัฐบาลแคนาดาเริ่มนำาระบบ Canada Organic Regime (COR) ออกบังคับใช้เมื่อปี พ.ศ.2552 ตามระเบียบ Organic Products Regulations, 2009 โดยมี Canadian Food Inspection Agency (CFIA) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ?การใช้ตรามาตรฐานเกษตรอินทรีย์แคนาดาที่ถูกต้อง ต้องมีชื่อสินค้า รหัสหน่วยงานที่ทำการตรวจการรับรองที่ออกโดย IOAS พร้อมกับระบุประเทศผู้ผลิต ทั้งภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสกำกับไว้ใกล้ๆ ตรามาตรฐานฯ ให้เห็นได้ชัดเจน ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์อื่นที่ประเทศแคนาดายอมรับ ได้แก่ ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สหรัฐอเมริกา (จากผู้ผลิตทั่วโลก) ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป (เฉพาะที่ผลิตในสหภาพยุโรป) และระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ญี่ปุ่น (เฉพาะที่ผลิตในญี่ปุ่น) เริ่ม 1 ม.ค. พ.ศ. 2558 โดยการแสดงตรามาตรฐานฯ ที่ยอมรับต้องแสดงคู่กับตรามาตรฐานฯ ของแคนาดาเสมอ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของ Public Works and Government Services Canada [link]

ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์ญี่ปุ่น (Japanese Agricultural Standard ? Organic JAS mark)

กำกับดูแลของกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ของญี่ปุ่น (Ministry of Agriculture, Forestry and Fisheries – MAFF)  ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์อื่นที่ประเทศแคนาดายอมรับ ได้แก่ ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แคนาดา (เฉพาะที่ผลิตในแคนาดา) เริ่ม 1 ม.ค. พ.ศ. 2558  โดยการแสดงตรามาตรฐานฯ ที่ยอมรับต้องแสดงคู่กับตรามาตรฐานฯ ของญี่ปุ่นเสมอ

ตรามาตรฐานสินค้าอินทรีย์ของหน่วยงานตรวจรับรองเอกชนต่างประเทศที่ได้รับความนิยมและดำเนินการตรวจรับรองอยู่ในประเทศไทย

ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์ไบโออะกิเสิร์ช (Bioagricert)

Bioagricert ได้เริ่มขึ้นที่ประเทศอิตาลี เมื่อมีการบุกเบิกการทำเกษตรแบบอินทรีย์ ในปี ค.ศ. 1984 ภายใต้ชื่อ Bioagricoop ซึ่งเป็นกลุ่มของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางทางการเกษตร และผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ซึ่งเริ่มจากการทำงานเป็นผู้ตรวจสอบอิสระ และหน่วยงานผู้ให้การรับรอง ที่ให้บริการแก่บริษัทต่างๆที่สนใจเข้าร่วม โครงการ

ในปี ค.ศ. 1985 Bioagricoop ได้เข้าเป็นสมาชิกของ IFOAM ซึ่งเป็นองค์กรนานาชาติที่เคลื่อนไหวในการกำหนดมาตรฐาน และระบบการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อินทรีย์ ในปี ค.ศ. 1996 Bioagricoop ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์กรแรก ที่ได้การรับรองจาก IFOAM ให้เป็นผู้ให้การรับรอง และออกใบรับรองเกษตรอินทรีย์ในส่วนของพืชและสัตว์ และผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแปรรูป และผลผลิตที่เก็บเกี่ยวจากธรรมชาติใน Mediterranean Europeทั้งหมด

Bioagricert เริ่มต้นการเป็นผู้ให้การรับรองผลิตภัณฑ์อินทรีย์ภายใต้ชื่อ Bioagricoop จนกระทั่งเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 2002 บริษัท Bioagricert แยกตัวเป็นอิสระจาก Bioagricoop เพื่อเป็นองค์กรควบคุม และออกใบรับรองโดยได้รับการรับรองจากกระทรวงเกษตรของ ประเทศอิตาลี ซึ่งมีประสบการณ์ในการควบคุม และออกใบรับรอง ดังนั้นชื่อของ Bioagricert จึงเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ในการให้การรับรองผลิตภัณฑ์ Organic จากประสบการณ์การทำงานเกือบ 30 ปี Bioagricert ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ในการทำงานอย่างตรงไปตรงมา ความสามารถในการช่วยเหลือลูกค้าในด้านข้อมูลและด้านต่างๆโดยเจ้าหน้าที่ผู้ เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา และเรายังคงพัฒนาและวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับกับเทคโนโลยีที่จะเกิด ขึ้นในอนาคต

Bioagricertเป็นหนึ่งในบริษัทผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์ ของประเทศอิตาลีตจนถึง ปัจจุบัน Bioagricert ได้สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ด้วยการทำงานด้วยความซื่อตรง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์สูงสุดของบริษัท คือการสนับสนุนและพัฒนาเพื่อให้ ได้เกษตรอินทรีย์ และสินค้าอินทรีย์คุณภาพสูงสุด

ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์บีเอสซี?(BSC KO-GARANTIE GMBH – BSC)

บีเอสซี เป็นบริษัทตรวจรับรองสินค้าอินทรีย์จากประเทศเยอรมันนี มีตัวแทนในประเทศไทยอยู่ที่ จ.เชียงใหม่  ผู้ประกอบการต้องได้รับการตรวจรับรองจากบริษัทนี้เท่านั้นจึงจะใช้ตรารับรองนี้ได้

ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์อีโคเสิร์ช (Ecocert)

อีโคเสิร์ช เป็นบริษัทตรวจรับรองสินค้าอินทรีย์จากประเทศฝรั่งเศส  ผู้ประกอบการต้องได้รับการตรวจรับรองจากบริษัทนี้เท่านั้นจึงจะใช้ตรารับรองนี้ได้

ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์ ไอเอ็มโอ-คอนโทรล (IMO-Control)

บริษัทไอเอ็มโอ-คอนโทรล เป็นบริษัทตรวจรับรองสินค้าอินทรีย์จากประเทศสวิตเซอน์แลนด์ มีตัวแทนอยู่ในประเทศไทย ผู้ประกอบการต้องได้รับการตรวจรับรองจากบริษัทนี้เท่านั้นจึงจะใช้ตรารับรองนี้ได้

ตรามาตรฐานสินค้าอินทรีย์ของหน่วยงานไทย

ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์ มกท. (Organic Agriculture Certification Thailand – ACT)

เนื่องจากมีการผลิตเกษตรอินทรีย์ในประเทศและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางอย่างที่เพิ่งเริ่มพัฒนาขึ้น ทาง มกท. จึงได้จัดทำมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เฉพาะที่เหมาะกับผู้ประกอบการในระยะเริ่มต้นเหล่านี้ โดยขอบข่ายการตรวจรับรองที่ มกท. ได้จัดทำขึ้นแล้วในระบบนี้ คือ การเลี้ยงสัตว์ การเลี้ยงผึ้ง การประกอบอาหารสำหรับร้านอาหาร ผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองจาก มกท. ตามระบบนี้ จะสามารถใช้ตรารับรองเกษตรอินทรีย์ของ มกท. (ห้ามมีคำ “IFOAM Accredited” บนโลโก้)

เอกสารข้อกำหนดมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สำหรับระบบนี้คือ “มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มกท.” [download]

ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์?สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ – มกอช. (National Bureau of Agricultural Commodity and Food Standards – ACFS)

มกอช. ได้ประกาศใช้ตรามาตรฐาน Organic Thailand เมื่อปี พ.ศ. 2555 และถือเป็นตรามาตรฐานของประเทศไทย ?แต่ไม่ได้บังคับว่าการนำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์หรือสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ผลิตในประเทศไทยจะต้องได้รับมาตรฐาน Organic Thailand นี้

ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์?องค์กรมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ภาคเหนือ – มอน. (The Northern Organic Standard Organization)

องค์กรมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ภาคเหนือ :เป็นองค์กรที่จัดตั้งโดยความร่วมมือของหลายฝ่าย ได้แก่ เกษตรกร, ผู้บริโภค, นักวิชาการจากองค์กรของรัฐ, องค์กรพัฒนาเอกชน และผู้สนใจทั่วไป โดยมุ่งหวังจะเป็นองค์กรที่ทำการรับรองผลิตผลของ เกษตรกรที่ทำการเกษตรแบบ เกษตรอินทรีย์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ เกษตรกรและผู้บริโภคว่า ผลิตผลที่ได้รับการรับรองจากองค์กรมาตรฐานเกษตรอินทรีย์นั้น เป็นผลิตผลที่ปลอดจากสารพิษ, สารเคมีสังเคราะห์ และยังเอื้อต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริงด้วย

มาตรฐานเกษตรอินทรีย์สุรินทร์ (มก.สร.)
มาตรฐานเกษตรอินทรีย์สุรินทร์ (มก.สร.) เป็นมาตรฐานที่พัฒนาขึ้นโดยคณะกรรมการมาตรฐานเกษตรอินทรีย์จังหวัดสุรินทร์ ตามแนวทางการพัฒนางานเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดสุรินทร์ และได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการโครงการเกษตรอินทรีย์จังหวัดสุรินทร์ โดยมีมาตรฐานครอบคลุมเฉพาะในเรื่องการผลิตพืช สัตว์อินทรีย์ สัตว์น้ำอินทรีย์ การจัดการเก็บเกี่ยว การแปรรูปผลิตภัณฑ์อินทรีย์ และปัจจัยการผิลต ทั้งนี้ มก.สร. จะทำกาตรวจสอบและรับรองผลิตภัณฑ์อินทรีย์ไว้ในทุกขึ้นตอน ตั้งแต่การผลิตในระดับแปลง การนำผลผลิตมาแปรรูป แลจำหน่ายผลิตภัณฑ์

มาตรฐานเกษตรอินทรีย์สุรินทร์มีส่วนประกอบต่างๆ ดังนี้  
1. คำจำกัดความ เป็นความหมายของคำต่างๆ ที่ใช้ในมาตรฐานฉบับนี้เพื่อให้ผู้ผลิตและประกอบการ มีความเข้าใจในความหมายของคำดังกล่าวตรงกัน
2. หลักการและความมุ่งหมายในการผลิตและการแปรรรูปเกษตรอินทรีย์ เป็นเป้าหมายในการผลิตแบบอินทรีย์ ที่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการจะต้องคำนึงถึงในขณะที่ทำการผลิตแบบอินทรีย์ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติ
3. แนวทางปฏิบัติ เป็นแนวทางในการปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อระบบการผลิตแบบอินทรีย์ ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะที่ มก.สร. แนะนำให้ผู้ผลิและผู้ประกอบการนำไปปฏิบัติแต่มิได้บังคับหรือมีผลต่อการตัดสินใจรับรองมาตรฐาน
4. มาตรฐาน เป็นข้อกำหนดและเงื่อนไขขั้นต่ำที่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้ได้การรับรองมาตรฐาน โดยมก.สร. จะใช้มาตรฐานเหล่านี้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาตัดสินรับรองการผลิตและการประกอบของผู้ผลิตและผู้ประกอบการ
5. ภาคผนวก เป็นหน่วนของเนื้อหาเพิ่มเติมซึ่งแบ่งออกเป็นภาคผนวกต่างๆ ให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการเข้าใจ และปฏิบัติตามมาตรฐาน มก.สร.
ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์ สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพชรบูรณ์ (มก.พช.)
มาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพชรบูรณ์ พัฒนาขึ้นจากงานวิจัยของนักวิชาการจากมหาวิทยาลับราบภัฎเพชรบูรณ์ ร่วมกับชุมชน เกษตรกร ในปี  พ.ศ. 2553-54 เป็นมาตรฐานเฉพาะกลุ่มที่ใช้ตรวจรับรองผู้สมัครเป็นสมาชิกเครือข่ายเกษตรอินทรีย์เพชรบูรณ์ ในสังกัดสถาบันเศรษฐกิจพอเพียงเครือข่ายเกษตรอินทรีย์เพชรบูรณ์เท่านั้น โดยทางกลุ่มได้ใช้มาตรฐานนี้เป็นมาตรการพัฒนาเครือข่ายเกษตรอินทรีย์เพื่อความพอเพียง มั่งคั่ง ยั่งยืน และสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร จนเกิดการรวมตัวพัฒนาเป็นเครือข่ายอย่างยั่งยืนเป็นรูปธรรมมาถึงปัจจุบัน
ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์ ชมรมเกษตรอินทรีย์เกาะพะงัน
เป็นระบบการตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบชุมชนรับรอง (Participatory Guarantee System – PGS) ที่พัฒนาขึ้นโดยมูลนิธิสายใยแผ่นดินร่วมกับกลุ่มเกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบนเกาะพะงัน เมื่อปี พ.ศ. 2554 ภายใต้โครงการ “เกาะพะงัน เกาะเกษตรอินทรีย์” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงพาณิชย์

ที่มา:

  สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์
  สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ
  กรีนเนท
  ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์
  มาตรฐานเกษตรอินทรีย์

อ่านเพิ่มเติม คลิก

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*