ลูกหนี้ไม่ดีมีหนาว ยืมเงินผ่าน LINE อาจใช้เป็นหลักฐานฟ้องร้องได้ !!!

กู้ยืมเงินผ่านโปรแกรม LINE อาจใช้เป็นหลักฐานฟ้องร้องได้ !!!

ต้องยอมรับเลยนะครับว่าในทุกวันนี้ แอพพลิเคชั่น LINE เป็นแอพพลิเคชั่นที่คนจำนวนมากโหลดมาใช้ เพราะ LINE ถือเป็นแอพพลิเคชั่นที่ตอบโจทย์ผู้คนในสมัยนี้ จากการใช้งานที่สะดวก ไม่ว่าจะพิมพ์คุยกัน โทรคุยกันทั้งแบบเห็นหน้าและไม่เห็นหน้าก็สามารถทำได้หมด คนส่วนใหญ่จึงใช้ LINE ในการติดต่อสื่อสารตลอดเวลา รวมถึงการขอยืมเงินทาง LINE ก็ทำได้ง่ายๆเช่นกัน แต่ถามว่าหากผู้กู้ไม่ยอมคืนเงินที่ขอกู้ไปละ ผู้ให้กู้จะสามารถนำข้อความใน LINE ที่พิมพ์คุยกัน เป็นพยานหลักฐานในการฟ้องร้องเพื่อเรียกเงินคืนได้หรือไม่

อันดับแรกเราต้องพิจารณาจากมาตรา 653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก่อน ว่าการกู้ยืมเงินนั้นต้องทำแบบไหนถึงจะฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ ซึ่งกฎหมายได้บัญญัติไว้ว่า

” มาตรา 653 การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ”

ในการกู้ยืมเงินนั้นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ หมายความว่า แค่เขียนข้อความง่ายๆสั้นๆว่า นาย ก ยืมเงิน นาย ข ไป 10,000 บาท แล้วลงชื่อแค่นาย ก ผู้ยืมคนเดียวก็ถือเป็นหลักฐานในการกู้ยืมเงินได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีลายมือชื่อ นาย ข ผู้ให้กู้อีก

แต่ประเด็นที่เราจะมาพูดถึงวันนี้ก็คือ การกู้ยืมเงินทาง LINE นั้น ถือเป็นการลงลายมือชื่อด้วยหรือไม่ เพราะหากมองในมุมที่คนทั่วไปมองจะเข้าใจว่า ความหมายของ มาตรา 653 นั้น ต้องการให้ผู้กู้และผู้ให้กู้ทำหลักฐานฉบับหนึ่งขึ้นมาแล้วลงลายมือชื่อให้เรียบร้อย การลงลายมือชื่อที่หลายๆคนเข้าใจคือการเซ็นลายเซ็นลงไปในกระดาษเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีกฎหมายอีกฉบับที่ออกมารองรับเรื่องการลงลายมือชื่อซึ่งเป็นประเด็นที่ผมพูดถึงในครั้งนี้ คือ พระราชบัญญัติว่าด้วยการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544

พระราชบัญญัติว่าด้วยการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 นี้ได้ให้นิยามคำว่า “ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์” ไว้ว่า หมายถึง “อักษร อักขระ ตัวเลข เสียงหรือสัญลักษณ์อื่นใดที่สร้างขึ้นให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งนำมาใช้ประกอบกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระบุตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น และเพื่อแสดงว่าบุคคลดังกล่าวยอมรับข้อความในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น”

Review rating bubble speeches on mobile phone vector illustration, flat style smartphone reviews stars with good and bad rate and text, concept of testimonials messages, notifications, feedback

อาจจะมีหลายคนมองว่า การพิมพ์โต้ตอบกันทาง LINE นั้น ไม่ถือเป็นหลักฐานในการฟ้องร้องบังคับคดี ตามมาตรา 653 ได้ เพราะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือและไม่ได้เซ็นยอมรับด้วยตนเอง แต่ในพระราชบัญญัติว่าด้วยการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 ได้บัญญัติให้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือข้อความทาง LINE ที่อยู่ในกล่องข้อความนั้น อาจถือเป็นหลักฐานที่เป็นหนังสือที่มีการลงลายมือชื่อแล้ว และยังเป็นบทบังคับให้ต้องรับฟังพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์นี้ด้วยจะปฏิเสธไม่รับฟังพยานหลักฐานที่เป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้ (มาตรา 7) และหากกฎหมายกำหนดให้การใดต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ถ้าได้มีการจัดทำข้อความขึ้นมาเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนให้ถือว่าข้อความนั้นได้ทำเป็นหนังสือแล้ว (มาตรา 8) ในส่วนกรณีการลงลายมือชื่อนั้นก็ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 9 ว่า กรณีที่บุคคลพึงลงลายมือชื่อ ให้ถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีการลงลายมือชื่อแล้ว ซึ่งหากพิเคราะห์แล้ว จะเห็นได้ว่าตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 การกู้ยืมเงินโดยพิมพ์ข้อความขอกู้ยืมเงินกันทางโปรแกรม LINE นั้นอาจไม่สามารถกล่าวอ้างว่าไม่มีพยานหลักฐานเพื่อฟ้องร้องบังคับคดีได้ อีกทั้งโปรแกรม LINE ถือเป็นโปรแกรมที่ต้องลงบัญชีผู้ใช้ที่เป็นการเฉพาะตัวอยู่แล้ว สามารถเจาะจงตัวได้ว่าบัญชีผู้ใช้นั้นเป็นของใคร ดังนั้น การกู้ยืมเงินผ่านโปรแกรม LINE โดยการพิมพ์ข้อความ ตลอดจนการพิมพ์ข้อความและลงชื่ออาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการฟ้องร้องบังคับคดีกันได้

ส่วนกรณีหาก ผู้กู้ทำหลักฐานขึ้นมาฉบับหนึ่งโดยเขียนรายละเอียดข้อความการกู้ครบถ้วนลงในกระดาษ ลงลายมือชื่อผู้กู้เรียบร้อย และถ่ายรูปส่งเข้ามาใน LINE กรณีแบบนี้ก็สามารถฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ แม้เอกสารหลักฐานนั้นจะไม่ได้อยู่ที่ผู้ให้กู้ก็ตาม แต่ก็ถือว่ามีหลักฐานเป็นหนังสือแล้วในรูปแบบของสำเนาเอกสาร ซึ่งผู้ให้กู้ก็สามารถร้องขอให้ศาลออกหมายเรียกเอกสารต้นฉบับจากผู้กู้เพื่อนำสืบได้

กล่าวโดยสรุปแล้วในปัจจุบันหลักฐานการติดต่อสนทนาทางโปรแกรม LINE นั้น อาจใช้อ้างเป็นพยานหลักฐานในการฟ้องร้องกันได้ โดยการนำสืบสามารถปริ้นข้อความออกมาแสดงเป็นพยานหลักฐานต่อศาล แต่ไม่ควรเป็นการกล่าวอ้างลอยๆเพียงหลักฐานข้อความทาง LINE เท่านั้นควรมีหลักฐานอื่นๆด้วย เช่น หลักฐานการโอนเงิน เพื่อสืบถึงพฤติการณ์ประกอบต่างๆที่แสดงให้เห็นว่าข้อมูลดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งนับวันความจำเป็นในการอ้างอิงข้อมูลอิเล็กโทรนิกส์เหล่านี้มาเป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลยิ่งมีมากขึ้นทุกวัน ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนั้นก้าวล้ำไปข้างหน้าจนบางทีเราเองก็ตามไม่ทัน

ที่มา  ปรีชา หยกทองวัฒนา   ที่ปรึกษากฎหมาย/ทนายความ  บริษัท เอสพีแอลเอ ลอว์ จำกัด

www.splalaw.com

https://www.facebook.com/lawinspiration/

https://www.etda.or.th/files/1/files/26.pdf

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*