เห็ดระโงก ปลูกง่าย สร้างรายได้หลักแสน

เมื่อหน้าฝนที่ผ่านมา ครูอีสสานมีโอกาสได้ไปหลายจังหวัดในภาคอีสานพบว่ามีหลายที่วางขายเห็ดอยู่ริมถนนก็เลยมีโอกาสสอบถามว่าเป็นเห็ดอะไรทำไมมีมากมายขนาดนั้น จึงได้คำตอบว่าเป็นเห็ดระโงกปลูกเอง ซึ่งคนแถวนั้นบอกว่าปัจจุบันเห็ดระโงกตามป่านั้นหายากเพราะเป็นที่ต้องการของตลาดเพราะมีรสชาติอร่อยที่สำคัญราคานั้นสูงลิ่วจึงทำให้เกษตรกรหาวิธีเพราะปลูกและประสบผลสำเร็จ รสชาติออกมาเหมือนเห็ดป่าเลยทีเดียว   ราชาแห่งเห็ดป่า ที่ใครๆได้ลองกินแล้วจะต้องติดใจ นั้นก็คือ เห็ดระโงก หรือ เห็ดไข่ห่าน ที่นับวันยิ่งราคาแพงสูงลิบ เพราะหากินได้เฉพาะหน้าฝนเท่านั้นครับ….


เห็ดระโงก เรียกอีกชื่อว่า เห็ดไข่ห่าน มีชื่อวิทยาศาสตร์ Amanita vaginata มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย ออกในฤดูฝน เห็ดระโงกมีทั้งสีขาว สีแดงและสีเหลือง ดอกตูมกลีบรี คล้ายไข่ห่าน เมื่อโตขึ้นหมวกและก้านดอกจะดันปลอกหุ้มแตกออกมา สปอร์และครีบสีขาว แล้วแต่สายพันธุ์ ดอกเห็ดมีลักษณะเป็นเมือก ขอบหมวกมีร่องเล็กๆตรงกันกับครีบ เมื่อดอกบานขอบหมวกจะขาดตามรอยนี้ ด้านล่างหมวกมีครีบสีขาว ก้านดอกยาวเป็นทรงกระบอก ผิวเรียบสีขาวหรือเหลืองนวล เนื้อเยื่อภายในก้านดอกสีขาว และสานต่อกันอย่างหลวมๆ ตรงกลางก้านดอกมีรูกลวงเล็กน้อย เกิดเองตามธรรมชาติมักขึ้นเป็นกลุ่มเล็กๆ พบได้ ตามป่าโปร่งหรือป่าละเมาะทั่วไป ของภาคอีสานและภาคเหนือ เห็ดระโงกสามารถประกอบอาหารได้หลายชนิด เช่น แกงเห็ดระโงกใส่ใบมะขามอ่อน เห็ดระโงกนึ่งจิ้มแจ่ว เห็ดระโงกเผาไฟตำน้ำพริก หรือจะนำไปผัดน้ำมันหอยก็ได้เช่นกันนิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลายในหลายจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยเห็ดจะออกช่วงต้นฤดูฝนประมาณเดือนกรกฎาคมไปจนสิ้นฤดู ปัจจุบันมีเกษตรกรสามารถเพาะเห็ดชนิดนี้ได้เป็นผลสำเร็จแล้ว

เห็ดระโงกนั้น มีสองชนิดสีขาวและสีเหลือง มีส่วนของครีบยาวเป็นแผ่นใหญ่ติดอยู่กับก้านดอก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญ ส่วนสีเหลืองมีครีบติดเป็นแผ่นกว้างอยู่กับก้านดอกใต้หมวก และเป็นลักษณะสำคัญของเห็ดชนิดนี้

จัดเป็นราไมคอร์ไรซาที่มีความสัมพันธ์กับไม้กับวงศ์ยางในลักษณะการอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยเอื้ออำนวยประโยชน์ซึ่งกันและกันกับเซลล์ของรากพืช โดยที่ต่างฝ่ายก็ได้รับประโยชน์ ราจะช่วยดูดน้ำและธาตุอาหารจากดิน โดยเฉพาะฟอสฟอรัส (P) ให้แก่พืช ส่วนราก็ได้สารอาหารจากพืชที่ขับออกมาทางรากสำหรับใช้ในการเจริญเติบโต เช่น น้ำตาล โปรตีนและวิตามินต่าง ๆ

 

นอกจากนี้ราไมคอร์ไรซายังช่วยป้องกันรากพืชจากการเข้าทำลายของเชื้อก่อโรคพืช ต้นกล้าที่มีราไมคอร์ไรซาจึงมีการอยู่รอดมากกว่าพืชที่ไม่มีราไมคอร์ไรซา เพราะสามารถทนแล้ง และธาตุอาหารต่ำได้ดีกว่าต้นกล้าที่ไม่มีราไมคอร์ไรซา เมื่อความชื้นและปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ เหมาะสม ก็จะเจริญและพัฒนาเป็นดอกเห็ด

 

เห็ดระโงกนิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลายในแถบเอเชีย เป็นเห็ดป่าที่นิยมนำมารับประทานในญี่ปุ่นเพราะมีรสชาติดี มีราคาสูง ในประเทศไทยมีวางขายในตลาดท้องถิ่นทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่จะหามาจากป่าธรรมชาติ ที่ค่อนข้างชื้น อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียสความชื้นสัมพัทธ์ 94% pH 7 ความเข้มแสง 142 Lux หลังฝนตก 2-3 วัน มีแดดออกอากาศร้อนอบอ้าว ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน เป็นเห็ดดอกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม 4-5 ดอกกระจายอยู่ทั่วไปในป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ง

และเมื่อไม่นานมานี้หน่วยงานภาครัฐได้ทำการศึกษาทดลองการเพาะเห็นชนิดนี้และประสบความสำเร็จพร้อมได้ขยายผลให้เกษตรกรนำไปเพาะปลูก โดยการนำเมล็ดยางนามาเพาะให้เป็นต้นกล้า แล้วนำดินใต้ต้นเห็ดแก่ที่ทิ้งสปอร์ลงดิน ไปใส่โคนต้นยางนา หรือเอาเห็ดระโงกต้นแก่ที่ดอกบานเต็มที่จนสร้างสปอร์แล้ว มาล้างน้ำ หรือดอกแก่จัดมาขยี้ในน้ำ แล้วนำน้ำที่มีสปอร์ของเห็ดปนอยู่ไปโปรยที่โคนต้นยางนา

ต้องเก็บดอกเห็ดระโงกแก่ ที่ดอกกำลังจะเปลี่ยนสีเป็นสีขาว แก่มากๆเชื้อเห็ดมันหลุดหมดแล้ว ให้นำมาขยี้ผสมกับน้ำเปล่า เห็ด 1 กิโลกรัม ต่อ น้ำ 20 ลิตร นำไปมารดบริเวณโคลนต้นไม้ เช่น ต้นยางนา ต้นพะยอม ต้นมะม่วง ต้นแคบ้าน ต้นลำไย เพราะต้นไม้พวกนี้เห็ดระโงกจะชอบเกิด

วิธีการคือขุดบริเวณรอบๆ โคลนต้นไม้แล้วเอาน้ำเชื้อเห็ดเทลงราดให้ทั่วบริเวณโคลนไม้ ตามด้วยปุ๋ยคอก และดินกลบบางๆ ปุ๋ยคอกจะช่วยให้เห็ดระโงกเกิดได้ดี รอฝนตกเห็ดระโหกก็จะเกิด แต่ถ้าเราสามารถควบคุมอุณหภูมิได้ก็สามารถทำให้เห็ดระโงกเกิดนอกฤดูกาลได้ครับ

เมื่อสปอร์เห็ดงอกแล้วก็จะไปเจริญอยู่กับรากของยางนาแบบได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน ทำให้ต้นยางนาแข็งแรง โตเร็ว ทนแล้ง ในบางรายก็ได้ทำการปลูกยางนาขึ้นมาด้วยการเพาะเมล็ดที่ดินปลูกผสมด้วยเชื้อเห็ด จากนั้นนำต้นยางนาไปปลูกลงแปลงระยะห่างกัน 3 ม. x 3 ม.

เมื่อยางนาเจริญเติบโตได้ 2 ปี ก็จะเริ่มเกิดเห็ดระโงกในเวลาฝนตกชุก เช่นต้นฤดูฝน และปีต่อ ๆ มาก็เกิดเห็ดระโงกทุกปี และมีมากขึ้น เพราะรากยางนาเจริญแผ่กว้างขึ้น ทำให้เกษตรกรสามารถเก็บเห็ดได้ต่อเนื่องทุกปี….

ปัจจุบันเกษตรกรที่หันมาปลูกเห็ดระโงกกันมากขึ้นเพราะเห็ดระโงกนั้นมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 300 – 4 00  บาท ทำให้คนที่ปลูกมีรายได้หลักแสนเลยทีเดียว

 

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*