ไฟเกษตร คืออะไร และวิธีการขอไฟฟ้าลงพื้นที่เกษตร

ไฟเกษตรคืออะไร

หลายท่านอาจจะสงสัยว่าไฟเกษตรคืออะไร แต่ต่างจากไฟฟ้าในบ้านเรือนทั่วไปหรือไม่ ซึ่งความหมายจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ให้ความหมายว่า

       ไฟเกษตรคือ การนำไฟฟ้ามาใช้ภายในสวนของเกษตรกรเพื่อทำการเกษตร เช่น ใช้กับเครื่องสูบน้ำ หลอดไฟต่าง ๆ เป็นต้น

โดยมีหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ 9 ข้อดังภาพด้านล่างนี้

ด้านบนนั้นคือคุณสมบัติที่จะต้องนำเรื่องไปยื่นกับการไฟฟ้าว่าเราเข้าเกณฑ์ดังกล่าวไหม

        แต่ถ้าพื้นที่ของเรายังไม่มีอะไรเลยล่ะ จะทำยังไง ! วันนี้ผมมีขั้นตอนการขอไฟเกษตรตั้งแต่เริ่มต้นว่ามีกระบวนการอย่างไรบ้าง ที่จะทำให้มีไฟเกษตรเข้ามาในพื้นที่ ว่าแล้วไปกันเลยครับ

วิธีการขอไฟฟ้าลงพื้นที่เกษตร

ผมมีความตั้งใจที่จะทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์เป็นของตัวเอง ด้วยการสนับสนุนของพ่อแม่บวกกับการลงมือทำอย่างต่อเนื่องจนมีพืชหลากหลายชนิดแล้วในไร่ ระบบน้ำที่บริหารจัดการโดยการเจาะน้ำบาดาลและการดูดน้ำจากลำห้วยขึ้นมาใช้ก็เริ่มที่จะลงตัวบ้างแล้ว

ระยะทางจากบ้านมาถึงไร่ห่างกันประมาณ 10 กม. การเดินทางไปมาค่อนข้างที่จะลำบาก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมเลือกปลูกไม้ผลแทนการปลูกพืชผักไปก่อนเนื่องจากไม่ต้องดูแลทุกวัน

        ผมวางแผนที่จะสร้างบ้านในพื้นที่ ตื่นเช้ามาได้ดูแลพืชผักอย่างใกล้ชิด จึงเป็นสาเหตุของการขอไฟฟ้าเพื่อนำมาใช้ในการทำเกษตร เพราะถ้ามีไฟฟ้าก็สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

ในวันนี้ผมจะมีพูดถึงการขอไฟฟ้าเกษตรในพื้นที่ของตนเอง เพื่อจะได้เป็นแนวทางให้กับผู้ที่สนใจว่าจะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง โดยมี 3 ขั้นตอนดังนี้

1.ขอบ้านเลขที่

แน่นอนว่าการขอไฟฟ้ามาลงที่บ้านของเราที่อยู่ในไร่นั้น จำเป็นที่จะต้องมีบ้านเลขที่ในการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า ในการขอบ้านเลขที่นั้นถ้าเป็นพื้นที่ห่างไกลหมู่บ้าน เราจำเป็นที่จะต้องสร้างเพิงพักหรือทำเป็นบ้านถาวรเลยก็ได้

และสิ่งต่อไปที่จะต้องสร้างควบคู่กันกับบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั้นก็คือ ห้องน้ำนั่นเอง เพราะการมีห้องน้ำจะเปรียบเสมือนว่าเราจะมาอยู่ถาวร (ถึงแม้ว่ายังไม่ได้อยู่ถาวรตอนนี้เลยก็ตาม) ฉะนั้นห้องน้ำจึงมีความจำเป็นมากสำหรับใช้ประกอบหลักฐานในการขอบ้านเลขที่

หลังจากที่มีบ้านพัก เพิงที่พัก เถียงนาหรืออะไรก็แล้วแต่ที่เหมือนกับที่พัก เราจะต้องถ่ายรูปที่พักและห้องน้ำไปให้อนามัยในพื้นที่มาตรวจพร้อมกับเซ็นต์เอกสารรับรองการเป็นอยู่ที่ถูกสุขลักษณะ จากนั้นก็นำหนังสือไปยื่นกับผู้ใหญ่บ้านหรือผู้รับผิดชอบในการขอบ้านเลขที่ต่อไป

จากนั้นให้นำหนังสือรับรองจากผู้ใหญ่บ้านไปยื่นต่อที่อำเภอเพื่อลงทะเบียนขอสำเนาทะเบียนบ้าน ตอนนี้เราก็จะมีสำเนาทะเบียนบ้านพร้อมบ้านเลขที่เรียบร้อยแล้ว

ข้อควรรู้

ในการขอไฟเกษตรต้องดูแนวโน้มในพื้นที่ด้วยว่าจะมีไฟฟ้าเข้ามาด้วยหรือไม่ และต้องมีบ้านอยู่ในโซนเดียวกันตั้งแต่ 3 หลังขึ้นไป

ผมโชคดีที่ในพื้นที่ที่ผมอยู่มีสหกรณ์รับซื้อน้ำนมโคดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม รัศมีของสหกรณ์ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ทำให้มีเกษตรผู้เลี้ยงมากถึง 30-40 ฟาร์มด้วยกัน และในพื้นที่ไร่ของผมก็มีผู้เลี้ยงอยู่ด้วยกัน 2 ฟาร์มโดยมีบ้านเลขที่แล้ว 2 หลัง รวมกับบ้านของผมเป็น 3 หลังซึ่งเข้าเกณฑ์ในการขอไฟฟ้าเกษตรพอดี

ในการขอไฟฟ้าเกษตรเราจะต้องรวมกลุ่มบ้านในโซนเดียวกัน 3 หลังขึ้นไปเพื่อขอไฟฟ้า ย้ำนะครับว่า 3 หลังขึ้นไปถึงจะมีน้ำหนักในการขอไฟฟ้าเข้าในพื้นที่ห่างไกลชุมชน แต่ถ้าในพื้นที่มีบ้านหลังเดียวก็สามารถขอไฟฟ้าพิเศษได้ แต่ค่าไฟจะสูงกว่าปกติครับ

2. ยื่นเรื่องกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

นำเรื่องไปยื่นกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ของแต่ละท่าน อาจเป็น อบต. หรือเทศบาลก็แล้วแต่ว่าพื้นที่ของเราอยู่ในเขตไหนนะครับ เจ้าหน้าที่ก็จะให้กรอกเอกสารเพื่อรับรองโดยแนบสำเนาทะเบียนบ้านของเราและเพื่อนบ้านไปพร้อมกัน

3. ยื่นเรื่องที่การไฟฟ้าในอำเภอของตนเอง

หลังจากที่ยื่นเรื่องที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเรียบร้อยแล้วก็นำเอกสารไปยื่นไว้ที่การไฟฟ้าในอำเภอของเรา แล้วกรอกเอกสารให้เรียบร้อย ซึ่งเป็นการยื่นเรื่องไว้รอครับ

และอย่าลืมถามความเป็นไปได้ในการที่จะได้ไฟฟ้าเข้าในพื้นที่ด้วยนะครับ แนะนำให้รวมกลุ่มกันมาก ๆ 3 หลัง 5 หลังหรือมากกว่า จะทำให้มีน้ำหนักมากขึ้น ซึ่งตอนนี้ทางคุณแม่ผมก็ได้ยื่นเรื่องไว้ที่องค์การไฟฟ้าในอำเภอเรียบร้อยแล้ว โดยต้องรองบประมาณในรอบต่อไปครับ

สรุป การขอไฟเกษตรมาลงในพื้นที่

  1. ขอบ้านเลขที่โดยจะได้สำเนาทะเบียนบ้าน
  2. ยื่นเรื่องที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น โดยรวมกันตั้งแต่ 3 หลังขึ้นไป
  3. ยื่นเรื่องทิ้งไว้ที่องค์การไฟฟ้าในอำเภอ รอความคืบหน้า อย่าลืมสอบถามความเป็นไปได้ที่จะมีไฟฟ้าเข้ามาในพื้นที่ด้วยนะครับ

ที่มา :www.organicfarmthailand.com/what-is-electricity-agricultural/

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*